Comptia+

ที่มา

 

หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITM) ได้เริ่มการเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษาในปีการศึกษา 2537 และได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรให้มีความทันสมัยทั้งด้านวิชาการและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

ในการปรับปรุงหลักสูตรล่าสุดในปีการศึกษา 2556 นี้ กลุ่มสาขาวิชา ฯ ได้ปรับปรุงหลักสูตรโดยใช้ประกาศณียบัตรวิชาชีพระดับสากลของ The Computing Technology Industry Association หรือ CompTIA เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลักสูตร โดยนำเนื้อหาซึ่งประกอบรายวิชา CompTIA A+, Network+, Security+ และ Project+ มาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อสร้างเสริมให้นักศึกษามีความรู้ความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น

Comptia+

 

แนวคิด

 

จากการสำรวจความพึงพอใจของหน่วยงาน ที่บัณฑิตเข้าไปปฏิบัติงาน และสอบถามจากบัณฑิตพบว่า มีความต้องการเพิ่มเติมด้านทักษะงานเทคโนโลยี และองค์ความรู้การปฏิบัติงานระดับสากล ประกอบกับผลสำรวจและงานวิจัยหลายครั้ง เป็นที่ยืนยันได้ว่า ใบประกาศนียบัตรวิชาชีพเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่ออาชีพ ในสายงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นอย่างสูง ทั้งในด้านผู้ประกอบการและพนักงาน

นอกจากนั้นยังต้องเตรียมความพร้อม เข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งหลักสูตรที่มีเนื้อเป็นสากล จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้บัณฑิตสามารถแข่งขันในระดับสากลได้ จึงเป็นจุดเริ่มพิจารณาการใช้หลักสูตรการสอบประกาศณียบัตรวิชาชีพ ที่มีการรับการยอมรับในระดับสากล เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรระดับัณฑิตศึกษา

GEMC

 

การคัดเลือกหลักสูตร
การสำรวจหลักสูตรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งในและต่างประเทศพบว่า มีการนำหลักสูตรการสอบประกาศณียบัตรวิชาชีพเข้ามาเป็นส่วนประกอบของหลักสูตรอย่างหลากหลาย อาทิเช่น Microsoft Technology, CCNA (Cisco Certified Network Associated), FWL (Fundamental of Wireless LAN), FNS (Fundamental of Network Security), PL/SQL for Oracle, Oracle DBA และอื่นๆ กลุ่มสาขาฯ ได้พิจารณาเปรียบเทียบจุดแข็ง และข้อจำกัดของแต่ละหลักสูตรและได้คัดเลือกประกาศณียบัตรวิชาชีพของ CompTIA โดยในระยะแรกจะนำรายวิชา A+, Project+, Network+ และ Security+ มาใช้ในหลักสูตร จากเหตุผลหลักดังนี้ ก) หลักสูตรของ CompTIA ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยรายวิชา A+, Network+, และ Security+ ได้รับการยอมรับให้เป็นใบประกาศนียบัตรวิชาชีพตามมาตรฐาน ANSI/ISO/IEC 17024 ข) CompTIA เป็นองค์กรอิสระไม่ยึดติดกับผลิตภัณฑ์ ทำให้เนื้อหามีความเป็นกลางสามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกผลิตภัณฑ์ ค) หลักสูตรครอบคลุมรายวิชาของกลุ่มสาขาวิชา ฯ ทั้งด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการ ง) ระดับของเนื้อหาเหมาะสมกับนักศึกษาของหลักสูตร จ) หลักสูตรดังกล่าวมีการปรับปรุงทุกสามปีทำให้มีความทันสมัยและสอดคลองกับการปรับหลักสูตรของกลุ่มสาขาวิชา ฯ

การดำเนินงาน

ในปีการศึกษา 2556 กลุ่มสาขาฯ เลือกวิชา A+ มาเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา Information Technology Infrastructure (3 หน่วยกิต) และวิชา Project+ เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา Business Framework for Information Technology Management (3 หน่วยกิต) ทั้งสองรายวิชาเป็นวิชาบังคับในภาคเรียนที่หนึ่ง และรายวิชา Network+ เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา Advanced Information Technology (3 หน่วยกิต) และรายวิชา Security+ เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา Information Security Management (3 หน่วยกิต) ทั้งสองรายวิชาเป็นวิชาเลือกในภาคเรียนที่สอง จากจำนวนหน่วยกิตทั้งหมด 37 หน่วยกิต โดยทั้งสี่รายวิชา มีเนื้อหาพอสังเขปดังนี้

 

เพื่อเตรียมความพร้อม กลุ่มสาขาฯ ได้ส่งคณาจารย์ร่วมอบรมและสอบได้ประกาศณียบัตรของ CompTIA ในรายวิชา A+, Security+, Project+, CTT+ และ IT Healthare Technicial ระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2556 และได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม และศูนย์สอบประกาศณียบัตร CompTIA ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่ออำนวยความสะดวกในการสอบและการอบรมใหักับนักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป โดยมีกำหนดเปิดให้บริการวันที่ 26 กันยายน 2556 นี้


มาตรฐานและการประเมิน

 

การนำหลักสูตรของภาคอุตสาหกรรม เข้ามาปรับใช้ในหลักสูตรบัณฑิตศึกษา อาจมีประเด็นในเรื่องของมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา กลุ่มสาขาวิชา ฯ จึงกำหนดให้ใช้ผลการสอบประกาศนียบัตรฯ เป็นส่วนหนึ่งของคะแนนที่จะใช้ในการพิจารณาผลการเรียน โดยกำหนดค่าน้ำหนักระหว่างผลสอบประกาศนียบัตรฯ กับคะแนนการมีส่วนร่วมและกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียนควบคู่กันไปให้เหมาะสมในแต่ละรายวิชา


สรุป

 

ปัจจุบันอยู่ในระยะเริ่มของการนำหลักสูตรประกาศณียบัตรวิชาชีพมาใช้ในหลักสูตร จึงยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาในระยะยาว เพื่อประเมินประสิทธิผลของหลักสูตรฯ ในเชิงวิชาการ ตลอดจนความพึงพอใจต่อบัณฑิตที่จะใช้หลักสูตรใหม่นี้โดยภาคอุตสาหกรรมต่อไป อย่างไรก็ตามกลุ่มสาขาวิชา ฯ เชื่อมั่นว่าการดำเนินการข้างต้นจะช่วยในคุณภาพบัณฑิตและหลักสูตรฯ มีความแข็งแกร่งมากขึ้นจากการผนวกรวมจุดแข็งจากภาคเอกชนที่มีมาตรฐานระดับโลก ที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด เข้ากับทักษะด้านวิชาการและการวิจัยของคณาจารย์ในกลุ่มสาขาฯ ซึ่งจะส่งผลให้ได้บัณฑิตที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญทั้งทางวิชาการ ทางการจัดการ และทางเทคนิค ครบถ้วนสมบูรณ์ ในอนาคตกลุ่มสาขาวิชา ฯ จะพิจารณานำหลักสูตรประกาศณียบัตรวิชาชีพที่มีความหลากหลาย และเนื้อหาระดับสูงขึ้น เข้ามาใช้ในหลักสูตรเพิ่มเติม